พระสุเมธาจารย์ (วร นนฺทิโย ป.ธ.๓ รามัญ) | พระสังฆาธิการ

พระสุเมธาจารย์ (วร นนฺทิโย ป.ธ.๓ รามัญ)


 
เกิด ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๐๔
อายุ ๗๕ ปี
อุปสมบท พ.ศ. ๒๔๒๕
พรรษา ๕๖
มรณภาพ พ.ศ. ๒๔๘๐
วัด วัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร
ท้องที่ นนทบุรี
สังกัด มหานิกาย


เพิ่ม/แก้ไขข้อมูล

สถานะเดิม


     พระสุเมธาจารย์ มีนามเดิมว่า วร เกิดเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๐๔ โยมบิดาท่านชื่อ สมิงสามปราบ นายกองรามัญผู้มีฝีมือทางราชการสงคราม และโยมมารดาท่านชื่อ มะลิ หรือ กาวม่ะเล่อ

     ในวัยเด็ก พระอาจารย์วรเคยได้ติดตามบิดาไปราชการอยู่ที่เมืองหงสาวดี รามัญประเทศ ท่านจึงได้รับการศึกษาภาษารามัญและศาสตร์ทางด้านต่างๆจากครูมอญ และได้บรรพชาเป็นสามเณรที่ เมืองหงสาวดี ต่อมาท่านจึงได้เดินทางกลับมายังสยามประเทศ และได้อยู่จำพรรษาที่วัดบ่อ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี


อุปสมบท

     กระทั่งเมื่อท่านมีอายุครบเกณฑ์บวช จึงได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบ่อ จังหวัดนนทบุรี เมื่อราวปี พ.ศ. ๒๔๒๕ โดยมี พระคุณวงศ์ (สน นาคสนฺโท) วัดปรมัยยิกาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยท่านได้รับฉายาทางธรรมว่า “นนฺทิโย

ตำแหน่ง

ฝ่ายปกครอง

พ.ศ. ๒๔๖๒ - ๒๔๘๙  เป็น เจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร
พ.ศ. ๒๔๗๔  เป็น เจ้าคณะใหญ่ฝ่ายรามัญนิกาย
 เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี
 กรรมการเถรสมาคม

     เมื่อท่านได้บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดบ่อ มาตามลำดับ ท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักวัดบ่อ และต่อมาท่านได้ย้ายไปเรียนพระปริยัติธรรมบาลีรามัญในสำนักของ พระคุณวงศ์ (สน) วัดปรมันยิกาวาส ซึ่งเป็นสำนักเรียนบาลีรามัญที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคนั้น

     ต่อมาท่านได้เข้าสอบแปลพระปริยัติธรรมบาลีรามัญ จนกระทั่งสอบไล่ได้เปรียญ ๓ ประโยครามัญ (เทียบเท่าเปรียญ ๔ ประโยคไทย) ในช่วงนี้เอง ท่านยังได้เรียนวิชาคาถาอาคมเวทย์ วิปัสสนากรรมฐาน และวิชาการทำพระเครื่องราง จาก พระคุณวงศ์ (สน) ด้วย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า พระคุณวงศ์(สน) รูปนี้ เป็นพระรามัญที่ทรงวิทยาคมอีกรูปหนึ่งของเมืองนนทบุรี ท่านเป็นครูใหญ่สายวิชารามัญแห่งเกาะเกร็ด และมีลูกศิษย์ลูกหามาก ท่านได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาจาก พระคุณวงศ์ (สน) จนมีวิชาแก่กล้าพอตัว สมกับศิษย์ผู้มีครูดี และประกอบกับท่านเป็นพระที่เก่ง เรียนรู้ไว และให้ความใส่ใจในการศึกษาเป็นอย่างมาก ท่านจึงได้รับความไว้วางใจจากเจ้าอาวาสวัดบ่อในขณะนั้น แต่งตั้งให้ท่านเป็นครูผู้สอนพระปริยัติธรรม และหนังสือรามัญประจำสำนักวัดบ่อ อีกด้วย ต่อมาท่านเจ้าอาวาสวัดบ่อในขณะนั้นได้ถึงกาลมรณะภาพลง ท่านจึงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบ่อ สืบแทน

     ในช่วงที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดบ่อ ปากเกร็ด นั้น ท่านได้พัฒนาซ่อมแซมเสนาสนะต่างๆของวัดบ่อ และยังทำหน้าที่เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมและหนังสือมอญ มาตามลำดับ กระทั่งเมื่อปีใดไม่ปรากฏแน่ชัด ท่านจึงได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอินทมุนี” ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ่อ กระทั่งเมื่อปีขาล ร.ศ. ๑๒๑ พ.ศ. ๒๔๔๕ ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านจึงได้รับพระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระสุเมธมุนี” สถิต ณ วัดบ่อ ปากเกร็ด เมืองนนทบุรี

     กระทั่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๒ พระคุณวงศ์ (จู สิงโฆ) เจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาส ในขณะนั้น ได้ถึงกาลมรณภาพลง คณะสงฆ์จังหวัดนนทบุรีในขณะนั้น จึงได้เสนอชื่อ พระสุเมธมุนี (วร นนฺทิโย) ป.๓ รามัญ วัดบ่อ ปากเกร็ด ให้ย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาส สืบแทน กระทั่งในปีเดียวกันท่านจึงได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาส และได้รับแต่งตั้งให้เป็น พระอุปัชฌาย์

     ในยุคที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาสนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า วัดปรมัยยิกาวาสเป็นสำนักเรียนบาลีรามัญ ประจำจังหวัดนนทบุรี ท่านจึงต้องรับภาระเป็นทั้งครูใหญ่และครูสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุและสามเณรภายในวัด ตลอดจนทั้งเป็นครูสอนหนังสือภาษามอญ และหนังสือภาษาไทย ด้วย โดยท่านได้ทำหน้าที่เป็นครูสอนอย่างดี และท่านยังได้ทำการบูรณะซ่อมแซม พัฒนาเสนาสนะต่างๆของวัดปรมัยยิกาวาส ให้สวยสดงดงามสมเป็นพระอารามหลวงมาตามลำดับ ท่านได้ทุ่มเทกำลังกายและกำลังสติปัญญาสั่งสอนอบรมอันเตวาสิกในสัทธิวิการิกของท่าน และการเผยแพร่พระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ จากคุณงามความดีที่ท่านได้สร้างไว้ ส่งผลให้ท่านได้รับการโปรดเกล้าฯเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ “พระคุณวงศ์” เมื่อวันศุกร์ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีกุล ร.ศ. ๑๔๒ ซึ่งตรงกับวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๖ ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๖ สถิต ณ วัดปรมัยยิกาวาส

     ท่านเจ้าคุณสุเมธาจารย์ ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในด้านปฏิบัติและปริยัติ ตามแบบพระรามัญโดยแท้ แม้แต่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวโรรส ยังทรงโปรดฯและประทานแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเถรสมาคมด้วย

     ท่านเจ้าคุณฯวร นนฺทิโย ท่านเป็นพระเถระที่มีความเมตตาสูง เป็นที่เคารพศรัทธาของพระสงฆ์และชาวเกาะเกร็ดเป็นอย่างสูง ท่านได้มีบทบาทอย่างมากในกิจการคณะสงฆ์ ต่อมาท่านจึงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี กระทั่งเมื่อครั้งงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เมื่อวันศุกร์ ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๔ ร.ศ.๑๕๐ ท่านจึงได้รับโปรดเกล้าฯเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ "พระสุเมธาจารย์ บริหารธรรมขันธ์ รามัญสังฆณาธิบดี" ตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายรามัญ สถิต ณ วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร ซึ่งนับว่าท่านเจ้าคุณฯวร นนฺทิโย นี้ท่านเป็นพระมหาเถระผู้ใหญ่ เปรียบเสมือนดั่งพระสังฆราชฝ่ายรามัญนิกาย รูปสุดท้ายในสยามประเทศในยุคสมัยนั้นก็ว่าได้ ก่อนที่จะถูกยุบยกเลิกรามัญนิกายลง

มรณกาล


     พระสุเมธาจารย์ (วร นนฺทิโย) ท่านได้อาพาธและละสังขารลง เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๐ สิริรวมอายุท่านได้ ๗๕ ปี พรรษา ๕๖

สมณศักดิ์


ร.ศ. ๑๒๑ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๔๕) เป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระสุเมธมุนี
ร.ศ. ๑๔๒ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๖๖) เป็น เสมอตำแหน่งเทพ ที่ พระคุณวงศ์
ร.ศ. ๑๕๐ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๗๔) เป็น พระราชาคณะเสมอชั้นธรรม ที่ พระสุเมธาจารย์ บริหารธรรมขันธ์ รามัญสังฆณาธิบดี ตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายรามัญ

แจ้งเพิ่มข้อมูล info@sangkhatikan.com

www.sangkhatikan.com สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ศึกษาข้อมูล และเป็นที่รวบรวมข้อมูลพระสังฆาธิการทั่วประเทศ
ทางผู้จัดทำขออนุญาติ เจ้าของรูปและข้อมูลทุกท่าน ที่นำมาเผยแพร่

พระสังฆาธิการ : sangkhatikan.com
สำนักงานweb : วัดสำโรงเหนือ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๑๓๐
E-mail : info@sangkhatikan.com
Facebook