สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฤทธิ์ ธมฺมสิริ ป.ธ.๕) - พระสังฆาธิการ

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฤทธิ์ ธมฺมสิริ ป.ธ.๕)


 
เกิด ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๓๘๐
อายุ ๗๕ ปี
อุปสมบท พ.ศ. ๒๔๐๐
มรณภาพ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๖
วัด วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร
ท้องที่ กรุงเทพมหานคร
สังกัด มหานิกาย

สถานะเดิม


     สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ มีนามเดิม ฤทธิ์ หรือ ริด ตระกูลเดิมเป็นมหาดเล็กเกิดในรัชกาลที่ ๓ เมื่อวันเสาร์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีระกา ตรงกับวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๓๘๐


บรรพชาอุปสมบท

     เมื่ออายุได้ ๑๐ ขวบ โยมพาไปฝากเล่าเรียนพระปริยัติธรรมกับพระมหาพลาย ป.ธ.๔ วัดนาคกลาง หลังโกนจุกได้บวชเป็นสามเณรและเล่าเรียนอยู่วัดราชบุรณราชวรวิหาร

     ถึงรัชกาลที่ ๔ พ.ศ. ๒๔๐๐ อุปสมบท ที่วัดราชบุรณะ โดยมี พระธรรมวโรดม (สมบุรณ์ ป.ธ.๔) วัดราชบุรณะ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอมรโมลี (นพ) วัดบุปผาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูทักษิณคณิศร (เสม) วัดพระเชตุพนฯ เป็นพระอนุสาวนาจารย์


การศึกษา

    พออายุได้ ๑๔ ปีเข้าสอบพระปริยัติธรรมครั้งแรกในปีระกา พ.ศ. ๒๓๙๑ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตามาก ตรัสว่า "เด็กขนาดนี้กำลังจะจับเป็ดจับไก่ แต่สามเณรฤทธิ์อุตส่าห์เล่าเรียนจนแปลหนังสือได้เป็นเปรียญ" จึงพระราชทานรางวัล ๑ ชั่ง และเข้าแปลพระปริยัติธรรมอีกครั้งขณะพรรษา ๘ ได้อีก ๒ ประโยค จึงเป็นเปรียญธรรม ๕ ประโยค ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานตาลปัตรพื้นโหมดเป็นเกียรติยศพิเศษ เพราะท่านเทศนาได้ดีต้องพระทัย

     หลังจากได้รับแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ท่านไปครองวัดบพิตรพิมุข ต่อมาวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๑ ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นพระธรรมวโรดม ท่านได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ไปอยู่วัดอรุณราชวราราม โดยมีพระครูปลัด ๑ รูป พระครูฐานานุกรม ๓ รูป พระเปรียญ ๒ รูป สามเณรเปรียญ ๑ รูป พระอันดับ ๗ รูป ติดตามไปอยู่ด้วย

ตำแหน่ง

ฝ่ายปกครอง

 เจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุข
พ.ศ. ๒๔๔๑ - ๒๔๕๖  เป็น เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม
พ.ศ. ๒๔๔๘ - ๒๔๕๖  เป็น เจ้าคณะใหญ่ฝ่ายเหนือ

มรณกาล


     สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ อาพาธเป็นโรคชรา มรณภาพเมื่อวันพุธที่ ๒๒ เมษายาน พ.ศ. ๒๔๕๖ เวลา ๓ ยาม ปีฉลู สิริอายุได้ ๗๕ ปี ๓๑๘ วัน ในวันต่อมา เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสด็จแทนพระองค์ไปพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต สวมลอมพอกโหมดถวายศพ แล้วเจ้าพนักงานยกศพตั้งบนแว่นฟ้า ๒ ชั้น ประกอบโกศไม้สิบสอง แวดล้อมด้วยฉัตรเครื่อง ๙ คัน แล้วสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงษ์วรเดช ทอดไตร ๑๐ ไตร และผ้าขาว ๒๐ พับ พระราชทานบังสุกุล และให้พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมทุกวันมีกำหนด ๑ เดือน

สมณศักดิ์


พ.ศ. ๒๔๑๗ เป็น พระราชาคณะ ที่ พระอมรโมฬี
๒ ตุลาคม จ.ศ. ๑๒๔๗ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๒๘) เป็น พระราชาคณะผู้ใหญ่ ที่ พระโพธิวงษาจาริย ญาณนายก ตรีปิฎกธรา มหาคณิศร บวรสังฆารามคามวาสี มีนิตยภัตเดือนละ ๔ ตำลึงกึ่ง
๒๐ มีนาคม ร.ศ. ๑๑๐ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๓๔) เป็น พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมไตรโลกาจารย์ ญาณวิสาระทะนายก ตรีปิฎกปรีชา มหาคณฤศร บวรสังฆารามคามวาสี มีนิตยภัตเดือนละ ๔ ตำลึง ๓ บาท และได้รับตาลปัตรแฉกพื้นแพรปักเลื่อม พัดรองโหมดเทศ และเครื่องบริขารเล็กน้อย เป็นเครื่องยศ
๒๐ ธันวาคม ร.ศ. ๑๑๓ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๓๗) เป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรองฝ่ายใต้ ที่ พระธรรมวโรดม บรมญาณอดุล สุนทรนายก ตรีปิฎกคุณาลังการภูษิต ทักษิณทิศคณฤศร บวรสังฆารามคามวาสี มีนัตยภัตเดือนละ ๖ ตำลึง
๒๕ พฤษภาคม ร.ศ. ๑๒๑ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๔๕) เป็น สมเด็จพระราชาคณะเจ้าคณะอรัญวาสีและเจ้าคณะใหญ่คณะกลาง ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ อเนกสถานปรีชา สับตวิสุทธิจริยาสมบัติ นิพัทธธุตคุณ สิริสุนทรพรตจาริก อรัญญิกมหาปรินายก ตรีปิฎกโกศล วิมลมัชฌิมคณฤศร บวรสังฆาราม คามวาสีอรัญวาสี มีนิตยภัตเดือนละ ๗ ตำลึง และได้รับพัดรองเป็นรูปพระราชลัญจกรมหาอุณาโลมเป็นที่ระลึก
๑๖ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๔ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๔๘) เป็น สมเด็จพระราชาคณะเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายเหนือ ที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาณอดุลยสุนทรนายก ตรีปิฎกวิทยาคุณ วิบุลยคัมภีรญาณสุนทร มหาอุดรคณฤศร บวรสังฆารามคามวาสี อรัญวาสี มีนิตยภัตเดือนละ ๑๐ ตำลึง

แจ้งเพิ่มข้อมูล info@sangkhatikan.com

www.sangkhatikan.com สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ศึกษาข้อมูล และเป็นที่รวบรวมข้อมูลพระสังฆาธิการทั่วประเทศ
ทางผู้จัดทำขออนุญาติ เจ้าของรูปและข้อมูลทุกท่าน ที่นำมาเผยแพร่

พระสังฆาธิการ : sangkhatikan.com
สำนักงานweb : วัดสำโรงเหนือ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๑๓๐
E-mail : info@sangkhatikan.com
Facebook