สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ศรี อโนมสิริ ป.ธ.๙) - พระสังฆาธิการ

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ศรี อโนมสิริ ป.ธ.๙)


 
เกิด พ.ศ. ๒๓๕๗
อายุ ๘๑ ปี
พรรษา ๖๐
มรณภาพ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๓๗
วัด วัดปทุมคงคา ราชวรวิหาร
ท้องที่ กรุงเทพมหานคร
สังกัด ธรรมยุติกนิกาย


เพิ่ม/แก้ไขข้อมูล

สถานะเดิม


     สมเด็จพระพุฒาจารย์ มีนามเดิมว่า ศรี เกิดเมื่อปีจอ พ.ศ. ๒๓๕๗ บิดาเป็นชาวจีนแซ่อึง ทำอาชีพค้าขายทางทะเล เมื่ออายุได้ขวบครึ่งได้บิดามารดาพาท่านออกเดินทางไปด้วย เมื่อถึงช่องเสม็ด พวกลูกเรือได้ฆาตกรรมบิดามารดาท่าน พี่เลี้ยงพาท่านหนีออกมาได้ ป้าของท่านจึงเลี้ยงดูท่านแทนจนท่านอายุได้ ๗ ขวบ จึงนำไปฝากกับพระอาจารย์สิงห์ วัดปทุมคงคา เพื่อให้ได้ศึกษาเล่าเรียน


บรรพชาอุปสมบท

     ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดปทุมคงคา แล้วศึกษาพระปริยัติธรรมต่อที่วัดนี้และวัดราชบุรณราชวรวิหาร

     ถึงปีมะเมีย พ.ศ. ๒๓๗๗ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดปทุมคงคาเช่นเดิม แล้วเข้าสอบพระปริยัติธรรมได้เป็นเปรียญธรรม ๓ ประโยค เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะเป็นพระภิกษุประทับ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ท่านได้บวชซ้ำในคณะธรรมยุตตามและถวายตัวเป็นข้าหลวงศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักของพระองค์ สันนิษฐานว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระอุปัชฌาย์ ในระหว่างนี้ได้สอบพระปริยัติธรรมอีกจนจบเปรียญธรรม ๙ ประโยค (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธ์ ว่าท่านสอบได้ถึงเปรียญธรรม ๘ ประโยค แล้วไม่แปลต่อ แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าภูมิความรู้ท่านถึง ๙ ประโยค จึงตั้งเป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค)

ตำแหน่ง

ฝ่ายปกครอง

พ.ศ. ๒๓๙๔  เป็น เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา
พ.ศ. ๒๔๓๐ - ๒๔๓๗  เป็น เจ้าคณะอรัญวาสี

ศาสนกิจ

     พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าท่านรู้ภาษาบาลีมาก จึงโปรดให้ท่านเป็นหัวหน้าสมณทูตนำคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาออกไปเผยแผ่ในเกาะลังกา และสืบดูสถานการณ์ทางพระพุทธศาสนาที่นั่นในปีชวด พ.ศ. ๒๔๙๕ เสร็จภารกิจแล้วก็กลับมาครองวัดเดิม ในปี พ.ศ. ๒๔๑๖ ท่านได้รับเลือกเป็นคณปูรกะในการผนวชพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย

มรณภาพ


     สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ศรี อโนมสิริ) อาพาธมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม มีหมอนวดและหมอยาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทาน หมอจากกระทรวงธรรมการ และหมอเชลยศักดิ์ศักดิ์ประจำตัว คอยรักษา แต่ก็ไม่ดีขึ้น เริ่มมีการอาหารหน้าและเท้าบวม ไอ หอบ จำวัดไม่หลับ จนถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่อังคารที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๓๗ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีมะเมีย สิริอายุ ๘๑ ปี พรรษา ๖๐

     เมื่อจะรับแต่งตั้งเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ท่านได้ขอพระบรมราชานุญาตว่าเมื่อท่านมรณภาพ ขอให้ทำฮวงซุ้ยฝังศพท่านไว้ตามแบบธรรมเนียมจีน เมื่อท่านมรณภาพจึงพระราชทานหีบทองทึบบรรจุศพ และเครื่องเกียรติยศประกอบเหมือนผู้ได้รับพระราชทานโกศ เสร็จการศพแล้วจึงฝังไว้ ณ วัดปทุมคงคา

สมณศักดิ์


เป็น พระครูคู่สวด ที่ พระครูอโนมสาวัน ฐานานุกรมใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะเป็นพระราชาคณะ
พ.ศ. ๒๓๙๔ เป็น พระราชาคณะ ที่ พระวรญาณมุนี
พ.ศ. ๒๓๙๔ เปลี่ยนราชทินนามใหม่เป็น พระอโนมมุนี
พ.ศ. ๒๔๑๕ เป็น พระราชาคณะผู้ใหญ่ ที่ พระพรหมมุนี
๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๐ เป็น สมเด็จพระราชาคณะ ที่ สมเด็จพระพุฒาจาริย อเนกสถานปรีชา ศับตวิสุทธิจริยาสมบัติ นิพัทธธุตคุณ ศิริสุนทรพรตจาริก อารัญญิกคณิสสร สมณนิกรมหาปรินายก ตรีปิฎกโกล วิมลศีลขันธ สรรพสมณคุณ วิบุลยประสิทธิ

แจ้งเพิ่มข้อมูล info@sangkhatikan.com

www.sangkhatikan.com สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ศึกษาข้อมูล และเป็นที่รวบรวมข้อมูลพระสังฆาธิการทั่วประเทศ
ทางผู้จัดทำขออนุญาติ เจ้าของรูปและข้อมูลทุกท่าน ที่นำมาเผยแพร่

พระสังฆาธิการ : sangkhatikan.com
สำนักงานweb : วัดสำโรงเหนือ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๑๓๐
E-mail : info@sangkhatikan.com
Facebook