พระธรรมไตรโลกาจารย์ (เดช ฐานจาโร ป.ธ.๕) | พระสังฆาธิการ

พระธรรมไตรโลกาจารย์ (เดช ฐานจาโร ป.ธ.๕)


 
มรณภาพ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๘
วัด วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร
ท้องที่ กรุงเทพมหานคร
สังกัด ธรรมยุติกนิกาย


เพิ่ม/แก้ไขข้อมูล

สถานะเดิม


     พระธรรมไตรโลกาจารย์ มีนามเดิมว่า เดช เกิดในปีมะแม จ.ศ. ๑๒๐๙ (ราว พ.ศ. ๒๓๘๙-๒๓๙๐) ภูมิลำเนาอยู่บ้านราชบุรณ แขวงจังหวัดพระประแดง (ปัจจุบันคือเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร)


อุปสมบท

     อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดโสมนัสราชวรวิหาร โดยมี พระพรหมมุนี (ทับ พุทฺธสิริ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยธร (ด้วง) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ฉายาว่า ฐานจาโร


การศึกษา

     ท่านศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่หลายปี จนปีชวด พ.ศ. ๒๔๑๙ ได้เข้าสอบที่พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ได้เป็นเปรียญธรรม ๔ ประโยค ต่อมาปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๒๔ ได้เข้าสอบอีกได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค


การปกครองคณะสงฆ์

     เมื่อตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสว่างลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์จะเลือกพระมหาเปรียญจากวัดโสมนัสวิหารมาเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งขณะนั้นมีพระมหาเดช ฐานจาโร กับพระมหายัง เขมาภิรโต ได้ทูลปรึกษาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) ทราบว่าพระมหายังเชี่ยวชาญเทศนาจึงเป็นที่นิยมของคฤหัสถ์ แต่พระมหาเดชเป็นที่รักใคร่นับถือของเพื่อนบรรพชิตมากกว่า ที่สุดทรงตัดสินพระทัยตั้งพระมหาเดชเป็นพระราชาคณะไปตรองวัดเทพศิรินทราวาสตั้งแต่วันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๗

     นอกจากนี้ ท่านยังได้เป็นพระอุปัชฌาย์และกรรมวาจาจารย์ในการอุปสมบทกุลบุตรจำนวนมาก เช่น ได้รับเลือกจากพระจันทรโคจรคุณ (ยิ้ม จนฺทรํสี) ให้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ของพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าพระมนุษยนาคมานพ คราวทรงทำทัฬหีกรรม ได้สั่งสอนอุบาสกอุบาสิกาให้เลื่อมใสในพระธรรมและรักษาศีล ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัยฝ่ายบรรพชิต ในตำแหน่งสภานายก เคยตามเสด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสไปตรวจการพระศาสนาในหัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันตก เป็นต้น

ตำแหน่ง

ฝ่ายปกครอง

พ.ศ. ๒๔๒๗ - ๒๔๓๗  เป็น เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร

ฝ่ายการศึกษา

นายกสภากรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัย

มรณกาล


     พระธรรมไตรโลกาจารย์ (เดช ฐานจาโร) อาพาธเป็นโรคริดสีดวง มีโลหิตออกมาก อาการเรื้อรังอยู่นาน แพทย์หลายคนแม้แต่แพทย์หลวง เช่น หม่อมเจ้าภูลสวัสดิ์ ทินกร มารักษาก็ไม่หาย จนวันที่ ๑๔ มกราคม ร.ศ. ๑๑๓ เริ่มมีอาการหอบมาก และถึงแก่มรณภาพเมื่อเวลา ๓ โมงเช้าวันนั้น (นับแบบปัจจุบันตรงกับ พ.ศ. ๒๔๓๘) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระอาลัยเสียดายเป็นอย่างมาก โปรดให้พระราชทานโกศเหลี่ยมราชนิกูลเป็นเกียรติยศเป็นกรณีพิเศษ

     วันที่ ๒๘ เมษายน ร.ศ. ๑๑๔ เวลาค่ำ โปรดให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพรหมวรานุรักษ์ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพพระธรรมไตรโลกาจารย์ ณ เมรุหลังพลับพลาอิศริยาภรณ์

สมณศักดิ์


๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๗ เป็น พระราชาคณะ ที่ พระอริยมุนี
๑๗ มีนาคม ร.ศ. ๑๑๑ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๓๕) เป็น พระราชาคณะผู้ใหญ่ ที่ พระเทพกระวี ศรีวิสุทธินายก ตรีปิฎกปรีชา มหาคณฤศร บวรสังฆาราม คามวาสี
๒๐ ธันวาคม ร.ศ. ๑๑๓ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๓๗) เป็น พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมไตรโลกาจารย์ ญาณวิสาระทะนายก ตรีปิฎกปรีชา มหาคณฤศร บวรสังฆาราม คามวาสี

แจ้งเพิ่มข้อมูล info@sangkhatikan.com

www.sangkhatikan.com สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ศึกษาข้อมูล และเป็นที่รวบรวมข้อมูลพระสังฆาธิการทั่วประเทศ
ทางผู้จัดทำขออนุญาติ เจ้าของรูปและข้อมูลทุกท่าน ที่นำมาเผยแพร่

พระสังฆาธิการ : sangkhatikan.com
สำนักงานweb : วัดสำโรงเหนือ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๑๓๐
E-mail : info@sangkhatikan.com
Facebook