พระราชธรรมโกศล (สวัสดิ์ ทสฺสนิโย) - พระสังฆาธิการ

พระราชธรรมโกศล (สวัสดิ์ ทสฺสนิโย)


 
เกิด ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕
อายุ ๗๘ ปี
อุปสมบท ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๗
พรรษา ๕๖
วัด วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ
ท้องที่ อุบลราชธานี
สังกัด ธรรมยุติกนิกาย
วุฒิการศึกษา น.ธ.เอก


เพิ่ม/แก้ไขข้อมูล

ชาติภูมิ


     พระราชธรรมโกศล มีนามเดิมว่า สวัสดิ์ ตามสีวัน เกิดเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕ ที่บ้านท่าบ้งมั่ง ตำบลวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายมี และนางชู แซ่อึ้ง 


อุปสมบท

     สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๔ โรงเรียนในหมู่บ้าน แล้วออกมาช่วยครอบครัวหาเลี้ยงชีพ กระทั่งย่างเข้าสู่วัยหนุ่มได้รับการเกณฑ์ทหาร หลังจากปลดประจำการจึงได้ขออนุญาตบุพการีเข้ารับการบรรพชาอุปสมบทตามประเพณี

     อุปสมบท เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ ณ พัทธสีมา วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี มีพระราชธรรมสุธี (เสนโก นัดทับทอง) เจ้าอาวาสวัด เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวิจิตรธรรมภาณี (เล็ง เขมโก) วัดศรีอุบลรัตนาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูประจักษ์อุบลคุณ (สุธีร์ ภัททิโย) วัดเลียบ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

     อยู่จำพรรษาและอยู่ช่วยงานพัฒนาวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อโดยตลอด จนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการบริหาร งานวัด ด้วยความเป็นผู้ที่รักการเรียน ชอบอ่านหนังสือทั้งทางโลกและทางธรรม สามารถสำเร็จนักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ ณ สำนักเรียนวัดสุปัฏนารามวรวิหาร พ.ศ. ๒๕๑๐ 

     ในปีถัดมาได้เข้ารับการอบรมเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมที่สำนักเรียนเดียวกัน เพื่อสอน หนังสือพระภิกษุสามเณรที่เข้าเรียนกับสำนักเรียนให้มีความรู้แตก ฉานยิ่งขึ้น ด้วยความเป็นครูของท่านที่ได้ทุ่มเทเวลาสอนพระปริยัติธรรมแก่ภิกษุสามเณรแล้ว ยังอุทิศตนเป็น ครูสอนนักเรียนสายสามัญ และเป็นวิทยา กรให้ความรู้ในหลักธรรมทางพระพุทธ ศาสนากับยุวพุทธิกสมาคมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ด้วยเห็นว่า "ความรู้เท่านั้นที่สร้างให้คนเป็นคนดีได้" จนได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นผู้อำนวยการ การศึกษาพระปริยัติธรรมคณะสงฆ์ธรรมยุต จังหวัดอุบลราชธานี

     นอกจากมีความรู้ทางด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม ท่านยังมีความรู้ในเรื่องการก่อสร้าง ทั้งช่างไม้ ช่างปูน รวมทั้งการเขียนออกแบบตก แต่งสถานที่ ผลงานด้านการบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุของวัด นอกจากรักษาพระอุโบสถและก่อสร้างเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นศาสนสถานใช้ประกอบกิจกรรมทางสงฆ์ ท่านยังได้บูรณะจัดเก็บรักษาหลักจารึกรูปเสมาศิลาทรายแดง จารึกอักษรธรรมอีสานอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๔ รวมทั้งหลักจารึกไม้สักทอง และถาวรวัตถุอีกหลายชนิดของวัดให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่เสียหาย เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเล่าเรียน 


การศึกษา

นักธรรมชั้นเอก


เกียรติคุณ


พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้รับรางวัลเสมาธรรมจักรทองคำ ผู้ทำคุณประ โยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สาขาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้รับรางวัลเกียรติบัตรอุทยานการศึกษาในวัด
พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้รับรางวัลเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง
พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้รับพระราชทานรางวัลวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ตำแหน่ง

ฝ่ายปกครอง

พ.ศ. ๒๕๑๔  เป็น ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ
พ.ศ. ๒๕๑๘  เป็น เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ
พ.ศ. ๒๕๓๘  เป็น รักษาการเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี (ธ)
พ.ศ. ๒๕๓๙  เป็น เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี (ธ)
พ.ศ. ๒๕๖๒  เป็น พระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ

สมณศักดิ์


พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอ ชั้นโท ที่ พระครูประจักษ์อุบลคุณ
พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอ ชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิม
๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระสิริธรรมวงศาจารย์
๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชธรรมโกศล อุบลสังฆกิจจาทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

แจ้งเพิ่มข้อมูล info@sangkhatikan.com

www.sangkhatikan.com สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ศึกษาข้อมูล และเป็นที่รวบรวมข้อมูลพระสังฆาธิการทั่วประเทศ
ทางผู้จัดทำขออนุญาติ เจ้าของรูปและข้อมูลทุกท่าน ที่นำมาเผยแพร่

พระสังฆาธิการ : sangkhatikan.com
สำนักงานweb : วัดสำโรงเหนือ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๑๓๐
E-mail : info@sangkhatikan.com
Facebook